หลังผ่านพ้นเกมการแข่งขันในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017-18 มาแล้วทั้งหมด 7 เกม เราเริ่มได้เห็นกันไปแล้วว่ามีผู้เล่นคนไหนโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจมากน้อยเพียงใด และช่วยเหลือทีมของตนให้เก็บผลลัพธ์ตามต้องการได้เท่าไหร่
และแน่นอนว่าการเก็บสถิติต่าง ๆ ของบรรดาผู้เล่นชั้นนำในลีก ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คอลูกหนังให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะอะไรที่เกี่ยวข้องกับผู้เล่นแนวรุก เพราะมันคืออะไรที่ส่งผลต่อผลแพ้ชนะได้มาก
ทีนี้เราลองมาดูสถิติที่ย่อยลงมากว่านั้นอีกหน่อยอย่าง “จำนวนการยิง” ที่กองหน้าแต่ละคนมีโอกาสเข้าทำนั้นมากน้อยแค่ไหน และพวกเขาสามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นประตูได้ฉมังเพียงใด
5. เซร์คิโอ อเกวโร – แมนเชสเตอร์ ซิตี้
โอกาสยิง – 23 ครั้ง
ยิงได้ – 6 ประตู (26.08%)
เซร์คิโอ “กุน” อเกวโร นั้นถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีสุดของ พรีเมียร์ลีก มาอย่างยาวนานตั้งแต่เมื่อปี 2012 แล้ว และหากไม่นับช่วงเวลาที่บาดเจ็บ ฟอร์มของเจ้าตัวนั้นเรียกได้ว่าไม่เคยตกลงเลยแม้แต่น้อย แถมรูปแบบการเล่นยังอันตราย มีประสิทธิภาพสูง และฉลาดเป็นกรด
ถึงแม้ กุน จะตกเป็นข่าวว่าอาจถูก เป๊ป กวาร์ดิโอลา ขายทิ้งออกไปในทุก ๆ ช่วงตลาดซื้อขาย แต่เขาก็มีความมุ่งมั่น ทำงานหนัก และรักษาฟอร์มให้ดีต่อเนื่อง จนกุนซือจอมเกาหัวถึงกับต้องเปลี่ยนใจ ให้การเคารพ กุน ในฐานะนักฟุตบอลอย่างมากแบบที่หลายๆ คนไม่ค่อยอยากเชื่อ
ฤดูกาลนี้ สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ ยิงไปได้ทั้งหมด 6 ลูก จากโอกาสทั้งหมด 23 ครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเด็ดไม่เบา จนถูกคาดหวังว่ามีโอกาสคั่วตำแหน่งดาวซัลโวประจำปีด้วยซ้ำไป
4. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – ลิเวอร์พูล
โอกาสยิง – 24 ครั้ง
ยิงได้ – 4 ประตู (16.6%)
การเข้ามาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ของ ซาลาห์ ในฤดูกาลนี้ เรียกได้ว่าส่งผลดีอย่างรุนแรงให้แก่เกมรุกของ ลิเวอร์พูล เพราะเขามีความเร็วอันน่าทึ่ง คนแนวรับของคู่ต่อสู้ทุกทีมต้องครั่นคร้าม
และด้วยนิสัยการเล่นส่วนตัว สตาร์ชาวอียิปต์ นั้นมักจะหุบเข้ากลางเพื่อหาไลน์วิ่งตามช่องมากกว่าเน้นเกาะริมเส้น เจ้าตัวจึงมีโอกาสยิงเยอะกว่าใครในทีมหงส์แดงปีนี้
แต่น่าเสียดายเล็ก ๆ เ เพราะหาก เขาเปลี่ยนมันให้เป็นประตูได้มากกว่านี้สักแค่ครึ่งหนึ่ง รับรอง หงส์แดง จะบินสูงกว่านี้หลายเท่าแน่นอน
3. อีริค แม็กซิม ชูโป-โมติง – สโต๊ค ซิตี้
โอกาสยิง – 24 ครั้ง
ยิงได้ – 2 ประตู (8.33%)
ศูนย์หน้าวัย 28 ปีคนนี้ย้ายจาก ชาลเก้ 04 มาค้าแข้งให้กับทีม “ช่างปั้นหม้อ” ในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งอันที่จริงชื่อเสียงของ ชูโป-โมติง นั้นก็พอจะโด่งดังอยู่ไม่น้อย แม้จำนวนประตูที่เจ้าตัวทำได้ดูไม่ได้มากมายอะไรก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มของเขากับ สโต๊ค ซิตี้ กลับทำให้รู้สึกดีได้อย่างเป็นธรรมชาติ และแม้จะเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้น้อยแต่ก็ถือว่าสร้างประโยชน์ให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างของไม่เคยขาด จนได้กลายเป็นหนึ่งในตัวหลักของสำเร็จทันที
2. โรเมลู ลูกากู – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
โอกาสยิง – 31 ครั้ง
ยิงได้ – 7 ประตู (22.5%)
ในวันที่ ลูกากู ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลนั้น ใครหลาย ๆ คน (ที่ไม่ใช่สาวกผีแดง) น่าจะเคยสบประมาทเขากันไว้บ้างไม่มากก็น้อยว่าจะล้มเหลวโน้นนี้ ยิงไม่ได้เยอะอย่างที่ โฆเซ มูรินโญ คาดหวังเอาไว้แน่
แต่หลังจากผ่านไปแล้ว 7 เกมลีก ดาวเตะชาวเบลเยียม ยิงได้เกือบทุกนัด ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไป 7 นัด 7 ประตู ถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองให้พวกที่เอาแต่วิจารณ์เขาในช่วงต้นนั้นหุบปากไปตาม ๆ กัน
และที่สำคัญคือนี่เพิ่งจะเริ่มเปิดฤดูกาลมาได้แค่นิดเดียว ฉะนั้นมารอดูกันว่า ลูกากูคนนี้จะสามารถเป็นดาวซัลโว หรือพาทีมประสบความสำร็จได้แชมป์ที่ต้องการมาครอบครอง
1. แฮร์รี เคน – ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส
โอกาสยิง – 44 ครั้ง
ยิงได้ – 6 ประตู (13.6%)
ถึงแม้ว่าในช่วงเปิดฤดูกาล 2017-18 ใหม่ ๆ เคน จะต้องพบกับความยากลำบากในการเล่นฟุตบอลมาก เพราะเขาถูก “อาถรรพ์” ของเดือนสิงหาคมสาปเอาไว้ไม่ให้ยิงได้ในช่วงนี้
ทีแรกผู้เขียนก็ไม่ได้อยากจะเชื่ออะไรนักหรอก แต่ทันทีที่ข้ามเข้าสู่วันที่ 1 กันยายน เคน ที่พ้นจากพิษสงของคำสาปก็จัดการตะบันคนเดียว 2 ลูก พาทีมชาติอังกฤษ ปราบ ทีมชาติมอลต้า ได้ด้วยสกอร์ 2-1
และนับจากนั้นเป็นต้นมา เคน ยิงประตูได้ต่อเนื่องจนแทบไม่มีใครจะหยุดอยู่แล้ว เพราะคมกริบทุก ๆ จังหวะทำถึงขนาดที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ผู้จัดการทีมไก่เดือยทองนั้นถึงับพูดเลยว่า “ผมตกหลุมรัก แฮร์รี เคน”